78 - วันนี้อาจเป็นวันดีที่สุดในชีวิต
posted on 13 Oct 2009 02:51 by topzza in Giftตี 4 วันนั้น ที่ผมขับรถจิ๊บsuzuki เลียบหน้าหาดบางสัก เพื่อกลับไปนอนบ้านพักในเมือง
ดวงจันทร์กลมโตที่สุดที่เคยเห็นมา สะท้อนบนผิวคลื่นอันดามันระยิบ ระยิบ
ติดตรึงเหมือนเมื่อวาน
ภาพทรงจำสวยงามสุดท้ายที่ได้เห็น . . .
สะดุ้งตื่น!! ยามสาย ด้วยเสียงเคาะกระจก คุณป้าข้างบ้านมาตะโกนบอกข่าว
"น้ำท่วมรีสอร์ตแล้ว น้าผู้หญิงโดนน้ำซัดไป"
หะ อะไรนะ?
งัวเงียขึ้นมาดู แดดเปรี๊ยงยังงี้ ฝนตกน้ำท่วมได้ยังไง?
เค้าว่าคลื่นจากทะเลซัดเข้ามา แขกที่พักก็หายไปหลายคน
งง? ไม่เข้าใจ แต่เอาสิ ยังไงไปดูให้เห็นกับตา
ขับผ่านตลาด แวะซื้อเชือก ซื้อน้ำซักโหล เอ . . . เอาบะหมี่ซองติดไว้ซักลัง เผื่อใครหิว
มาถึงปากทางเข้ารีสอร์ต มีรถจอด ผู้คนมากมาย หลายคนก็รู้จักกัน
แวะถามข่าว เค้าว่ายังมีแขกที่พักสูญหาย แต่อย่าเข้าไป ถนนพัง โคลนเต็มไปหมด
ไอ้ความดื้อด้าน มันต้องเห็นด้วยตา จิ๊บ 4x4 ถ้ามัวแต่กลัวจะมาทำไม?
ระยะทาง 1 กม. เมื่อวานยังสวย ต้นไม้ครื้มเขียว
ถนนเส้นนี้ เข้า-ออก มาเป็นปี
วันนี้กลายเป็นแดนลี้ลับ ต้นไม้หักโค่น ปกคลุมไปด้วยโคลน เหม็นคลุ้ง
ระหว่างทาง เคยชอบแอบมอง บ้านยกพื้นแบบชาวเลเค้าเลี้ยงหมูดำตั้งหลายตัว
วันนี้ไม่มีร่องรอยซักหลัง
ไอ้น้องที่รู้จัก เดินสวนทางมาพร้อมด้วยฝรั่ง บอกยูเดินไปอีกหน่อย ปากทางมีคนมากมาย
ส่วนไอ้น้องเอ็งโดดขึ้นหลังรถมาด้วยกัน หลายคนหลายแรง
พื้นที่รีสอร์ต บังกะโล 20 กว่าหลัง พังไม่เป็นท่า
ปิ๊กอัพพี่ช่างไฟ ทำไมบู้บี้ อัดแน่นกับต้นไม้
หาที่เหมาะจอดรถได้ ค่อยๆย่องสำรวจ
ตะโกนถาม ไทยมั่ง ฝรั่งมั่ง รอฟังเสียงตอบ
ไอ้น้องบอก พี่!!ตรงนู้นเหมือนมีคนนอน
ลุยฝ่าพงหญ้า น้ำขังเฉอะแฉะ
สาวต่างชาติ ผมทอง เธอนอนคว่ำหน้า
จำใจต้องกล้า เพราะอยากรู้ว่าปลอดภัยมั๊ย?
ตัวเธอแข็งเย็น พอพลิกกลับดู . . .
เข่าผมแทบทรุด . . .
เมื่อวันก่อน ยังได้กล่าวคำทักทายกัน
หลังจากช่วยกันยกร่าง ไปขึ้นรถอาสาสมัคร
กลุ่มเรายังคงสำรวจถนนเลียบหาดต่อไป
พบชายชาวเลหนึ่งคนยืนเฝ้าหนึ่งร่างคลุมไว้ด้วยผืนเสื่อ
ใจเค้าช่างกล้าแข็ง บอกไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวรถกำลังมา
ให้เราไปข้างหน้า มีร่างคุณป้าต่างชาติสงบอยู่
แล้วคุณลุง? ไปอยู่ไหนกัน
2 สามีภรรยา ล่วงวัยเกษียณไม่ต่ำกว่าสิบปี
แขกประจำตั้งแต่่ รีสอร์ตสร้างปีแรก และมาฉลองคริสมาสต์ถึงปีใหม่ไม่เว้นปี
แต่ปีนี้ . . .
เค้าไม่ได้กลับบ้านเอง
ผู้รอดชีวิตทั้งหมด ย้ายไปหลบภัยที่บ้านเจ้าของรีสอร์ต
เป็นหน้าที่ต้องพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล
เมืองนี้เคยสงบ รถราบางตา
วันนี้ทั้งเสียงไซเรน รถยนต์เร่งเครื่อง จนถึงเฮลิคอปเตอร์ กระหึ่มสลับกัน
โรงพยาบาลคับคั่ง อย่างไม่เคยเป็น
ความช่วยเหลือจากแพทย์ต่างพื้นที่ รีบเร่งเข้ามา ชั่วโมงต่อชั่วโมง
นักท่องเที่ยวแขนหักที่พามา ทั้งร้องบ่นโอดครวญ ระหว่างรอเข้าไปเอ็กซ์เรย์
เหลือบเห็นเด็กหญิง7ขวบ นอนบนเตียง รอบข้างไม่มีใคร
แอบได้ยินจากพยาบาล เธอพลัดหลงพ่อแม่ที่ชายหาดแถวเขาหลัก
ผมเลยอยู่คุยกับเธอ ทั้งที่เธอไม่เข้าใจ
ลองเล่นมุขกลฝืดๆ ร้องเพลงประหลาดๆ สีหน้าดีขึ้น เพราะเธอยิ้มมา
หัวหน้าจะพาชายแขนหักกลับที่พัก ผมเลยขออยู่รพ.ต่อเป็นเพื่อนสาวน้อยฟินแลนด์
เวลากลางดึก พยาบาลเดินมาบอก พวกคุณคงต้องย้ายมุม เพราะคนเจ็บอีกชุดกำลังมา
เข็นเตียงข้ามไปอีกตึก ปูเสื่อนอนพื้น เพราะพยาบาลจำเป็นต้องนำเตียงไปให้คนเจ็บอื่นๆ
เลยบอกยัยหนูน้อย แป๊บเดียวพี่จะมาพร้อมที่นอนปิ๊กนิคให้เธอ
ผลอยหลับอยู่ข้างๆ ตื่นมามีสาวฝรั่งมาคุยกับเธอ
เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยตามญาติหลง ใจค่อยชื้น ว่าความช่วยเหลือกำลังมา
บ่ายของวันนั้น ได้ยินข่าวว่า มีคนจากหลายสถานฑูตมา
และรวมชาวต่างชาติไว้ที่อีกตึกนึง
ฝากยัยหนูไว้กับพี่เลี้ยงลุงที่เจ็บข้างๆ จะลองไปตามหาพ่อแม่เธอ
แกะรอยตรงนั้น ตามไปตรงนี้ มีใครลูกหาย มีใครมาจากฟินแลนด์
ระหว่างเดินข้ามไปอีกตึก อยู่ๆก็หันขวับ!!
สายตาไปหยุดบนโปสเตอร์ไกลๆ อักษรตัวใหญ่ที่อ่านได้คือ
" อย่ายอมแพ้ "
แค่คำสั้นๆ แต่เหมือนเป็นสา์ร์น ที่ใครส่งมา
ลุยต่อซักพัก แต่ไร้ร่องรอย ทิ้งยัยหนูมานาน กลับไปหาเธอก่อนละกัน
ตรงที่เธอนอนว่างเปล่า
คนข้างๆบอก พยาบาลมาพาไปตึกเด็ก
พอตามไปดู รู้สึกดีขึ้นมากมาย ตึกนี้ดูสว่าง และมีเด็กๆวัยไล่เลี่ยกัน
อย่างน้อย เธอคงรู้สึกดีขึ้นบ้าง
เย็นๆวันนั้น สาวฝรั่งที่คุยกับเธอตอนเช้ากลับมาอีกครั้ง
พร้อมผู้หญิง 1 คน มีผ้าพันแผลหลายแห่ง
พอยัยหนูเห็นแม่ ก็รีบสวมกอดแล้วร้องไห้โฮ . . .
นี่คือน้ำตาแรกของเธอที่ผมเห็น
ผมดีใจ และโหวงเหวงไปพร้อมกัน
หลังพูดคุยจึงได้รู้ ว่าแม่เธอถูกส่งไปอีกรพ.ไม่ไกลกัน
แต่ยังไม่รู้ว่า พ่อ และพี่ชายเป็นอย่างไร?
เราลาจากกันแค่ตรงนั้น ยัยหนูผู้เข้มแข็ง เธอคงไม่รู้เลย
ว่าเธอได้เป็นเสมือน " ลูกสาว " ของผมไปแล้ว ในช่วงเวลา 24 ชม.นั้น
ผมย้อนไปดูโปสเตอร์แผ่นนั้น ข้อความเต็มของมันคือ
ตกงาน ว่างงาน
อย่ายอมแพ้
ประกันสังคมช่วยคุณได้
มันก็เท่านั้นเอง
----------------------------------------------------------------------------------------
ภารกิจยังไม่จบแค่นั้น เพื่อนบางคนที่เราไม่รู้ชะตา
ร่างมากมาย ถูกรวมที่วัดย่านยาว ถ้าเข้าไปเราจะพบมั๊ย?
หน้าวัดมีป้ายติดใบรายชื่อผู้สูญหาย ผู้เสียชีวิต
ตัดสินใจเดินเข้าด้านใน
ก็ชะงักด้วยกลิ่นนั้นที่มันอบอวล
ผ่านไป 1 วัน เหม็นขนาดนี้เลยหรือ?
เคยต้องนำซากหมา ซากแมว ไปฝัง กลิ่นช่างต่างอย่างสิ้นเชิง
เอาผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก ก็แทบไม่ช่วยอะไรได้เลย
ไหนจะภาพที่เห็นช่างชวนหดหู่ หลายร่างที่พองบวม สีผิวที่เปลี่ยนไป
จนสุดทนไหว ต้องก้าวเท้าออกจากมา
----------------------------------------------------------------------------------------
การกลับเข้าไปเคลียร์สิ่งของในรีสอร์ต ผมจึงได้เห็น
ห้องเก็บสุราและเครื่องดื่ม ที่อยู่ชั้นล่าง
เคยเป็นที่พักชั่วคราว ถ้าไม่กลับเข้าเมือง
เพดานสูงจากพื้นประมาณ 2 เมตรครึ่ง
แต่ร่องรอยน้ำ ต่ำกว่าเพดานแค่ฟุตเดียว
เศษขวดมากมาย กระจายเกลื่อนห้อง
ถ้าตี4 คืนนั้นผมไม่กลับเข้าเมือง
ตรงนั้นตอนสายคงเป็นที่ตายของผม
และคงร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
บนลานวัดย่านยาว
พ่อ แม่ ของผมเป็นห่วงมาก เกือบจะขับรถลงมาหา
ดีที่ห้ามท่านไว้ทัน
หลังทุกสิ่งเข้าทาง
ผมจากลาชีวิตติดทะเล
กลับเข้ามาอยู่ในซอกหลืบ มุมตึกและควันพิษ
หลายคนที่รู้ข่าว บอกว่าโชคดีนะ ที่รอดมาได้
แต่ผมไม่เคยยินดีกับสิ่งนั้นเลย
มีแต่คำถาม ว่ายังมีลมหายใจต่อไปเพื่ออะไร?
ถ้าแลกกับคนอื่นให้อยู่ต่อ จะมีประโยชน์กับโลกนี้มากกว่ามั๊ย?
ใช้เวลานาน กว่าผมจะเข้าใจ
มันคือโอกาสที่ 2 ที่เราพึงมีในฐานะมนุษย์
มันคือโอกาสให้เราปรับทิศทางใหม่ในฐานะคน
เพียงแค่เราเปิดใจ เพียงแค่เราใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น เพียงแค่เราคิดบวก
เพียงแค่เรายอมรับ เพียงแค่เรายิ้ม โลกนี้ก็ดีกว่าเดิม
ผมก็แค่คนธรรมดา 1 คน ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี
แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ตระหนักว่า เราจะต้องเป็นคนที่ดีขึ้น
----------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้ (แต่คงต้องเรียกว่าเมื่อวาน)
หลังกินข้าวกลางวันปากซอย เดินผ่านร้านขายผัก
มีกาละมังเรียงรายหน้าร้าน หันไปเห็นเต่าตัวเล็กๆ จำนวนหนึ่ง
เดินผ่านไปอย่างไม่สบายใจ
หันกลับไปถามว่าขายยังไง?
แม่ค้าถามว่าเอากี่ตัว?
แล้วทั้งหมดนั่นมีกี่ตัว?
นับอยู่พักนึงได้ 15 ตัว แม่ค้าบอกตัวละ 20.-
จ่ายตังไป 300.- แม่ค้าเอาใส่ถุง
หิ้วไปสวนจตุจักร แอบเลียบๆเคียงริมสระ
ไม่เห็นป้ายห้ามนำสัตว์น้ำมาปล่อย ไม่เห็นทั้ง รปภ.
แล้วเจ้าเต่าทั้ง 15 ตัวก็ลอยคอในบึง แหวกว่ายไปคนละทิศละทาง
วันนี้อาจเป็นวันดีที่สุดในชีวิตแล้ว
" Better life project "






#1 By freeda on 2009-10-13 06:23